Web Blog การเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ในการฝึกทักษะเรียนรู้พื้นฐาน การจัดการความรู้ ทักษะภาษาดิจิตอล ทักษะการรู้คิดประดิษฐ์สร้าง ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การสื่อสารที่มีประสิทธิผล เพื่อพัฒนาไปสู่ทักษะความรู้ที่มุ่งหวังของหลักสูตร โรงเรียนมาตรฐานสากล 6 ประการ ประกอบด้วย (1) ทักษะการเรียนรู้ Learning Skills (2) ทักษะการคิด Thinking Skills (3) ทักษะการแก้ปัญหา Problerm Skills (4) ทักษะชีวิต Life Skills (5) ทักษะการใช้เทคโนโลยี Technology Skills (6) ทักษะการสื่อสาร Communication Skills โดยใช้ทฤษฎีระบบการเรียน KM (Knowlead Maneagement) ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ Gooogle App For Education Thai และวิสัยทัศน์กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด (Word Class Standard)

http://www.blogger.com

เครือข่ายสังคมออนไลน์ สำหรับนักจัดการความรู้ ที่สามารถแบ่งปันความคิด ความเป็นเลิศทางวิชาการ รูปภาพและอื่นๆ อีกมากมายที่เว็บไซต์นี้สามารถรองรับการทำงาน ประกอบกับเมนูภาษาไทย ที่ทำให้การทำงานสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น มีแม่แบบให้เลือกเพื่อความสวยงามของเว็บ เว็บนี้ให้บริการฟรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเว็บของ Google ที่ให้บริการในรูปแบบการจัดการความรู้ เหมาะสำหรับครูผู้สอนและผู้เรียน ใช้เป็นเว็บการจัดการความรู้ และใช้เป็นเครื่องมือ การเรียนรู้สังคมออนไลน์ เพื่อจัดการเรียนการสอน

ทักษะการเรียนรู้ Learning Skills

ทักษะการเรียนรู้ Learning Skills




ระบบการเรียน การจัดการความรู้ KM (Knowlead Maneagement) เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ศตวรรษที่ 21 ในโรงเรียน Worl Class Standrad ประกอบด้วย 4 ทักษะพื้นฐาน คือ

  • (1) ทักษะภาษาดิจิทัล
  • (2) ทักษะคิดประดิษฐ์สร้าง
  • (3) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิภาพ
  • (4) ทักษะสื่อสารมีประสิทธิผล

พัฒนาสู่ทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 ขั้นต้น 6 ประการ

  • (1) ทักษะการเรียนรู้ Learning Skills
  • (2) ทักษะการคิด Thinking Skills
  • (3) ทักษะการแก้ปัญหา Problerm Skills
  • (4) ทักษะชีวิต Life Skills
  • (5) ทักษะการใช้เทคโนโลยี Technology Skills
  • (6) ทักษะการสื่อสาร Communication Skill


........การจัดการเรียนการสอนจึงต้องเปลี่ยนไปจากเดิม ครูใช้วิธีการสอนแบบเดิม แบบเล็กเชอร์ไม่ได้ผล กระบวนการต้องจัดให้ลงมือทำ และเรียนรู้แบบย้อนทาง ต้องให้แอกตีฟ และเรียนตามความสนใจให้มากขึ้น

........เป้าหมายของการเรียนรู้มิใช่ ”ตัวความรู้” อีกต่อไป เพราะตัวความรู้นั้นมีมายมายมหาศาล เกินกว่าที่จะสอนให้นักเรียนแต่ละชั้นปีได้ .

........นักเรียนในยุคใหม่มีหนทางค้นหาความรู้ด้วยตนเอง (จากก้อนเมฆ) เป้าหมายของการเรียนรู้อยู่ที่ “ทักษะการเรียนรู้” และ "วิธีการจัดการกับความรู้ "

.......หากผู้เรียนมีทักษะพื้นฐาน และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ ตามที่กำหนด ก็จะทำให้เกิดระบบและกระบวนการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาต่างๆ เป็นไปด้วยประสิทธิภาพประสิทธิผล ตรงเจตนารมณ์ ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาชาติ "ผู้เรียนเป็นคนดี ผู้เรียนเป็นคนเก่ง ผู้เรียนมีความสุข"


"ยิ่งคิดยิ่งไม่รู้ แต่พอหยุดคิดกลับรู้ แต่ก็ต้องอาศัยความคิดนั่นละจึงรู้"


ถ้าหากเธอใช้จิตของเธอศึกษาสัจจะความจริง

เธอจะไม่สามารถเข้าใจทั้งจิตของเธอและสัจจะความจริง

หากเธอศึกษาสัจจะความจริงโดยไม่ใช้จิต เธอจะเข้าใจทั้งสอง

บุคคลผู้ไม่เข้าใจ ย่อมไม่เข้าใจความเข้าใจ

ส่วนบุคคลผู้เข้าใจ ย่อมเข้าใจความไม่เข้าใจ

บุคคลผู้มีสัมมาทิฏฐิ ย่อมรู้ว่าจิตนั้นว่างเปล่า
เขาอยู่นอกเหนือทั้งความเข้าใจและความไม่เข้าใจ

และการนอกเหนือ ทั้งความเข้าใจ
และความไม่เข้าใจ คือความเข้าใจที่แท้จริง

การเข้าใจในสมมุติและวิมุติอย่างแท้จริงแล้วนั้น

คือผู้ที่ดำรงค์อยู่ท่ามกลางวิหารธรรมตลอดเวลา

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เกษียณแล้วได้อะไรบ้าง

ใครรับราชการ ให้บันทึกเก็บไว้ มีประโยชน์มาก เกษียณแล้วได้อะไรบ้าง
อันนี้ละเอียด
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1)- ไม่เป็นสมาชิก กบข.
  • ก): กรณีรับบำเหน็จ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x อายุราชการ(รวมอายุราชการทวีคูณ) กรณีนี้จะได้รับเงินก้อนเดียว สิทธิต่าง ๆ ระงับไป ยกเว้นการขอพระราชทานเพลิงศพ
  • ข): กรณีรับบำนาญ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x อายุราชการ (รวมอายุราชการทวีคูณ เกิน 6 เดือนนับเป็น 1 ปี) หาร 50 
    • กรณีนี้จะได้รับเงินทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต และยังมีสิทธิได้รับ
    • 1. ค่ารักษาพยาบาลของตนเอง คู่สมรสและบิดามารดา บุตรที่ไร้ความสามารถ ยกเว้นบุตรปกติที่อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
    • 2. ค่าเล่าเรียนบุตร เบิกได้ถึงอายุ 25 ปีบริบูรณ์
    • 3. บำเหน็จดำรงชีพ = เงินบำนาญ x 15 เท่า
      • เมื่อเกษียณได้รับเลย 200,000.-฿
      • เมื่ออายุครบ 65 ปีขอรับได้อีก 400,000.-฿ รวม 2 ครั้งไม่เกิน 600,000.-฿ แต่ทั้งหมดนี้ไม่เกิน 15 เท่าของเงินบำนาญ
    • 4. เงินช่วยพิเศษ (ถึงแก่กรรม) = เงินบำนาญ x 3 เท่า มอบให้กับผู้ที่ผู้รับบำนาญแสดงเจตนาหรือทายาทตามกฎหมาย
    • 5. เงินบำเหน็จตกทอด (ถึงแก่กรรม) = เงินบำนาญ x 30 เท่า – เงินบำเหน็จดำรงชีพที่เบิกไปแล้ว มอบให้กับทายาทตามกฎหมายหรือผู้ที่ผู้รับบำนาญแสดงเจตนา (กรณีที่ไม่มีทายาท) และถ้าไม่มีผู้รับให้สิทธิบำเหน็จตกทอดเป็นอันยุติลง
2)- เป็นสมาชิก กบข.
  • ก): กรณีรับบำเหน็จ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย (เศษเดือนเศษวันเป็นจุดทศนิยม x อายุราชการ (รวมอายุราชการทวีคูณ) กรณีนี้จะได้รับเงินก้อนเดียว สิทธิต่าง ๆ ระงับไป ยกเว้นการขอพระราชทานเพลิงศพ

  • ข): กรณีรับบำนาญ = เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย x อายุราชการ (รวมอายุราชการทวีคูณ เป็นจุดทศนิยม) หารด้วย 50 แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน กรณีนี้จะได้รับเงินทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต และยังมีสิทธิได้รับสิทธิต่าง ๆ เหมือนกับบำนาญปกติ

    • สมาชิก กบข.แบบ ก.,ข. ยังได้รับเงิน
    • 1. เงินสะสม + ผลประโยชน์
    • 2. เงินประเดิม + ผลประโยชน์
    • 3. เงินชดเชย + ผลประโยชน์
    • 4. เงินสมทบ + ผลประโยชน์
    • ส่วนผู้ที่ลาออกจาก กบข.จะได้เงินสะสมของตนเองคืน

3)- เงินต่าง ๆ ที่สมัครเป็นสมาชิก
  • ก): เงินฌาปนกิจสงเคราะห์
  • ข): เงินผลประโยชน์จากหุ้นสหกรณ์
  • ค): เงินประกันชีวิตและเงินช่วยเหลือจากสหกรณ์
  • กรณีผู้รับบำนาญตาย ผู้ที่ได้รับคือผู้ที่ผู้รับบำนาญ แสดงเจตนาหรือทายาทตามกฎหมาย

หมายเหตุ ทายาทตามกฎหมายได้แก่
  • 1. บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ได้รับคนละ 1 ส่วน
  • 2. สามีภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย ได้รับ 1 ส่วน
  • 3. บิดามารดาหรือบิดาหรือมารดาที่มีชีวิตอยู่ ได้รับ 1 ส่วน

: ประกาศราชการทวีคูณ
  • ช่วงที่ 1 วันที่ 19 ก.ย.49 – 26 ม.ค.50 = 4 เดือน 11 วัน
  • ช่วงที่ 2 วันที่ 20 พ.ค.57 – 1 เม.ย.58 = 11 เดือน 7 วัน
  • รวม 2 ช่วง = 15 เดือน 18 วัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

กลับขึ้นข้างบน